ศรีสะเกษเข้ม’รถตู้โดยสาร’ป้องซ้ำรอย 25 ศพ

ทหาร-ขนส่ง จ.ศรีสะเกษตรวจเข้มรถตู้โดยสาร หวั่นเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย 25 ศพ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ม.ค.60 ที่สถานีขนส่งรถโดยสารจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ปกครองจังหวัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบ กำกับ และแนะนำ รถตู้โดยสารทุกเส้นทางที่ผ่านเข้ามาจอดใช้บริการสถานีขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ ทั้งอบรม ให้ความรู้ และตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยชีวิตภายในรถตู้โดยสารทุกคัน ตรวจสอบสภาพของคนขับรถตู้โดยสารทุกคัน

ทั้งนี้ภายหลังจากที่ได้ทำการเผา 4 ศพครอบครัวหาญเสมอ และครอบครัว สิงขร ที่วัดบ้านหว้า อ.ปรางค์กู่ เพราะไม่อยากจะให้เหตุการณ์ร้ายๆ เช่นนี้เกิดขึ้นอีกกับทุกคน

สำหรับการตรวจสอบรถตู้โดยสารนั้น จะดำเนินการกับรถตู้ทุกคันที่ผ่านเข้ามาจอดใช้บริการสถานีขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ เฉลี่ยวันละ 100 คัน เป็นรถตู้โดยสารทั้งในระหว่างตัวอำเภอเมืองศรีสะเกษ ไปและกลับระหว่างตัวอำเภอ ทั้ง 22 อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ และระหว่างจังหวัด ทั้ง ศรีสะเกษ ไปกลับ จ.อุบลราชธานี สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ยโสธร

โดยตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถตู้โดยสารแทบทุกคันมีอุปกรณ์ในการช่วยการรอดชีวิตไว้ เช่น เครื่องมือถังดับเพลิงขนาดเล็ก ค้อนที่สามารถหยิบฉวยได้ง่ายในการที่จะใช้ทุบกระจกรถเพื่อหาทางออกฉุกเฉิน อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอด แต่ขณะเดียวกัน ก็พบว่า บางคันยังไม่มีเครื่องมือดังกล่าวนี้ครบถ้วน

จึงแนะนำให้ไปซื้อมาติดตั้ง หากครั้งต่อไปมีการตรวจสอบ และไม่พบก็จะงดจ่ายคิวให้วิ่งทันที

Posted in ข่าวทั่วไป

จับ “2 ผัวเมีย” เจ้าของแปรรูปเพชร-ทองเอี่ยวแก๊งงัดเซฟโคลัมเบีย

“สุวิระ” นำทีมจับ 2 ผัวเมีย เจ้าของโรงงานแปรรูปเพชร-ทอง รับซื้อจากแก๊งงัดเซพชาวโคลัมเบีย-ยึดของกลางอื้อ จ่อขยายผลอีกเพียบ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว สามารถจับกุมแก๊งชาวโคลัมเบีย 4 คน ที่ก่อเหตุลักทรัพย์ตู้เซฟในบ้านผู้พิพากษาที่ จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่จะขยายผลเข้าค้นบ้านเลขที่ 18/545 ซอย 4 ถนนบรมราชินีนาถ เขตบางพลัด กทม. พบของกลางเป็นทองรูปพรรณ สร้อย และนาฬิกา ได้หลายรายการ เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 มกราคม 2560 พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา รักษาราชการแทนที่ปรึกษา สบ.10 พร้อมกำลังตำรวจ สน.บางพลัด เข้าจับกุม น.ส.กาญจนา ประสงค์เสรีนนท์ อายุ 50 ปี และ นายชัชวาล เหล้าวรรณะ อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน และเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 18/545 ซอย 4 ถนนบรมราชชนนี เขตบางพลัด กทม. ที่เป็นโรงงานรับแปรรูปเครื่องเพชรและทองรูปพรรณ หลังพบ 4 ผู้ต้องหาชาวโคลัมเบียนำทรัพย์สิน ทั้งทองรูปพรรณ เครื่องเพชร และพระเครื่อง ที่ได้จากการลักทรัพย์ในบ้านพักของผู้พิพากษา จังหวัดนครปฐมเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ไปขายให้โรงงานดังกล่าว โดยเมื่อช่วงสายวันที่ 7 มกราคม ขณะเข้าตรวจค้นตามคำให้การของผู้ต้องหาพบว่า น.ส.กาญจนา และนายชัชวาล มีอาการและให้การพิรุธ จนได้รับการยืนยันจากผู้เสียหายว่ามีทรัพย์สินบางส่วนที่ถูกลักทรัพย์ไปอยู่ในโรงงานดังกล่าว วันนี้ (8 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังพร้อมหมายจับและพาผู้เสียหาย เข้าตรวจค้นขยายผลและชี้จุดที่เกิดเหตุอีกครั้ง

พล.ต.ท.สุวิระ เปิดเผยว่า ในวันนี้เป็นการเข้าตรวจค้นโรงงานที่ผลิตเครื่องประดับที่เป็นทองคำและเพชร ชื่อร้านปิ่นเพชร จากการตรวจสอบแล้วพบว่าของกลางที่กลุ่มคนร้ายแก๊งโคลัมเบียโจรกรรมมาได้ถูกส่งมาขายที่นี่ โดยที่นี่เป็นโรงงานในการแปรรูปทองรูปพรรณให้เป็นทองก้อน แล้วก็นำเพชรไปทำเฟอร์นิเจอร์อื่นออกขาย ซึ่งวันนี้ได้ทำการจับกุมสองสามีภรรยาเจ้าของโรงงานและเจ้าของร้านปิ่นเพชรดำเนินคดี พร้อมทั้งยึดของกลางบางส่วนที่เหลือซึ่งยังทำการหลอมไม่ทัน และบางส่วนที่หลอมเป็นรูปพรรณอื่นแล้ว รวมทั้งบางส่วนที่แปลงเป็นเครื่องประดับอื่นไปแล้ว แต่ว่านำทองคำและเพชรมาจากของกลางในคดีนี้

พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวอีกว่า สำหรับสองสามีภรรยาเจ้าของโรงงานนั้นเชื่อมโยงกับกุมคนร้ายอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องการติดต่อสื่อสาร เรื่องการตกลงซื้อขายกัน โดยทรัพย์สินที่โจรกรรมมาทุกล็อตของผู้ต้องหาชาวโคลัมเบียแก๊งนี้จะนำมาส่งให้ที่นี่ และตำรวจมีหลักฐานที่ชัดเจน มีรูปถ่ายขณะทำการซื้อขายกัน ทรัพย์สินที่โจรกรรมมาก็ยังพบว่าอยู่ครบถ้วนในบางส่วน บางส่วนก็ถูกแปรสภาพไปแล้ว ซึ่งในส่วนนี้เจ้าของโรงงานรับสารภาพว่าได้ทำการหลอมแล้วแปรสภาพไปแล้วบางส่วน จึงยึดทั้งส่วนที่แปรสภาพและส่วนที่ยังไม่แปรสภาพซึ่งมีมูลรวมไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ทั้งนี้ยังมีของกลางที่เป็นทองรูปพรรณ พระเลี่ยมทองที่แก๊งโคลัมเบียนำมาขายให้ที่นี่ แล้วทำการแกะพระออก จากนั้นก็หลอมกรอบทั้งหมด จึงขอให้ผู้เสียหายมาดูของกลางได้ที่ สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม เพราะขณะนี้ยังมีของกลางอีกหลายร้อยรายการที่ยังไม่มีผู้เสียหายมายืนยันเป็นเจ้าของ ซึ่งหลังจากนี้จะทำการขยายผลไปยังร้านรับซื้ออื่นๆ อีกต่อไป

“พฤติการณ์ของคนร้ายแก๊งโคลัมเบีย จะใช้วิธีกดกริ่งตามบ้านพักหรูๆ หากพบว่าไม่มีผู้อยู่อาศัยจะดำเนินการเข้าโจรกรรมโดยพุ่งเป้าไปที่ตู้เซฟ ก่อนจะยกมาทำการตัดตู้และนำทองรูปพรรณ และเครื่องเพชร หรือพระเครื่อง ที่มีการทำกรอบทองหรือกรอบเพชร มาขายให้กับผู้ต้องหาทั้งสองคนนี้ โดยในคดีของบ้านพักผู้พิพากษา ผู้ต้องหาทั้งสองได้รับซื้อทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท แต่ซื้อในราคาเพียง 4.5 แสนบาท ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้งสองจะทำการแปรสภาพทรัพย์สินที่รับซื้อมา เพื่อเตรียมนำไปขายต่ออีกทอด และจากข้อมูลของตำรวจพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสอง มีการรับซื้อกับกลุ่มผู้แก๊งโคลัมเบียไม่น้อยกว่ากว่า 4 ครั้ง โดยขณะนี้ยังไม่พบว่ามีคนไทยร่วมในการโจรกรรมกับแก๊งโคลัมเบีย แต่มีเพียงคนไทยที่ให้ข้อมูลและประสานในการนำทรัพย์สินที่ได้มาจากการโจรกรรมมาขายต่อตามแหล่งต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล” พล.ต.ท.สุวิระ กล่าว

พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวอีกว่า ส่วนสมาชิกแก๊งโคลัมเบียขณะนี้ยังมีอีก 2 คนที่อยู่ระหว่างการหลบหนี แต่จากการตรวจสอบแล้วแก๊งโคลัมเบียมีอยู่หลายกลุ่ม ขณะนี้หลบหนีหมายจับของประเทศไทยมีประมาณ 139 คน ส่วนใหญ่มีประวัติต้องโทษทางคดีมาก่อน เมื่อพ้นโทษแล้วก็ถูกผลักดันออกนอกประเทศ แต่ก็จะทำพาสปอร์ตใหม่แล้วกลับเข้ามาประเทศไทยอีกครั้งเพื่อก่อเหตุ เพราะฉะนั้นแก๊งโคลัมเบียในประเทศไทยในขณะนี้อยู่ในภาวะที่ต้องใช้มาตรการเด็ดขาดในการสกัดกั้นและปราบปราม

ด้าน น.ส.ลัคนา แซ่ตั้ง ภรรยาของ นายนพรัตน์ บุญจร ผู้พิพากษา หัวหน้าศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าของทรัพย์สินที่ถูกกลุ่มคนร้ายโคลัมเบียโจรกรรมมาขายยังโรงงานแปรรูปดังกล่าว บอกว่า ดีใจเมื่อทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกลุ่มคนร้ายและติดตามทรัพย์สินคืนได้บางส่วน โดยในวันนี้หลังจากเข้าตรวจสอบทรัพย์สินภายในโรงงานดังกล่าวก็พบว่าทรัพย์สินหลายชิ้นถูกแปรสภาพไปจากเดิมแล้ว ซึ่งส่วนตัวรู้สึกเสียใจ เพราะทรัพย์สินทั้งหมดได้มาจากการทำงานเก็บออม และมาจากมารดาที่ให้ไว้ในวันสำคัญต่างๆ โดยส่วนตัวจากเหตุการณ์นี้ทำให้ได้อุทาหรณ์ว่า ไม่ควรเก็บทรัพย์สินของมีค่าต่างๆ ไว้เป็นจุดเดียวและไม่ควรเก็บทรัพย์สินที่มีค่ามากๆ ไว้ภายในบ้านพัก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาในข้อหาร่วมกันรับของโจร ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำการซื้อขายของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีรายการบัญชีซื้อขายของเก่า พร้อมให้พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว ส่งเรื่องถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตรวจสอบหาที่มาของทรัพย์ทั้งหมด เพราะจากข้อมูลของพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังมีทรัพย์สินเป็นบ้านเรือนไทยขนาดใหญ่ ในอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี และทรัพย์สินอื่นๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบว่า การได้มาของทรัพย์สินทั้งหมดมาอย่างถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ หากได้มาอย่างไม่ถูกต้อง จะต้องดำเนินการยึดทรัพย์ เพื่อนำทรัพย์เข้าสู่แผ่นดิน และคืนให้กับเจ้าทรัพย์ต่างๆ พร้อมพิจารณาแจ้งข้อหาฟอกเงินกับผู้ต้องหาทั้ง 2 รายอีกด้วย

Posted in ข่าวทั่วไป

โชเฟอร์หลับในพุ่งชนต้นไม้ ดับ 1 เจ็บ 3

รถตู้โดยสารสมุทรสาคร-แม่สอด โชเฟอร์หลับในพุ่งชนต้นไม้ ดับ 1 เจ็บ 3

อีกแล้ว!! รถตู้โดยสารสายสมุทรสาคร-แม่สอด โชเฟอร์เกิดหลับในพุ่งชนต้นไม้ บริเวณถนนพหลโยธิน หลัก กม.392-393 สลกบาตร กำแพงเพชร ทำให้สาวเมียนมาดับ 1 ราย เจ็บอีก 3 ส่วนคนขับสาหัส

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 6 ม.ค. 60 ร.ต.อ.บัญชา สุ่มเงิน พงส.สภ.ขาณุวรลักษบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักชนต้นไม้ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงประสานอาสาสมัครกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรจุดบริการสลกบาตรและใกล้เคียง เข้าช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ ถนนพหลโยธินฝั่งขาขึ้น หลัก กม.392-393 หมู่ 5 ตำบลสลกบาตร อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร พบรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง สีขาว ป้ายสีเหลือง หมายเลขทะเบียน 30-0775 สมุทรสาคร ที่ข้างรถระบุว่าของ บ.จ.ก.มิตรภาพกรุ๊ปทัวร์ ติดถังแก๊ส เอ็นจีวี 2 ถัง สภาพรถด้านหน้าชนติดอัดกับต้นไม้ใหญ่ในร่องกลางถนน ด้านหน้ารถพังยับเยิน พบมีผู้เสียชีวิต เป็นผู้โดยสารชาวเมียนมา หญิง 1 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน เป็นชาวเมียนมา เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้ความช่วยเหลือ ขนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรี เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาต่อไป

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้น ทราบว่ารถตู้คันประสบเหตุ มีนายชัชวาล จันทมาศ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 3 ตำบลกองโพน อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ให้รายละเอียดไม่ได้ รับผู้โดยสารเป็นชาวเมียนมา 4 คน เดินทางออกมาจากสมุทรสาคร เพื่อที่จะไป อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ประกอบด้วย นางโมโม้ ผู้เสียชีวิต ที่นั่งอยู่เบาะหลัง และ นางเอ, นางธิมมา และนายอ่องทูรา ได้รับบาดเจ็บ

สาเหตุเบื้องต้น คาดว่าคนขับหลับใน ทำให้รถเสียหลักประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บรักษาอาการให้ดีขึ้น ก่อนที่จะทำการสอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด, ขนส่งจังหวัด, และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด ประสานงานช่วยเหลือ และรุดไปตรวจสอบเหตุดังกล่าวต่อไป

Posted in ข่าวทั่วไป

“ตลาดกิมหยง” ต้านโมโนเรลหาดใหญ่ ศึกษาผลกระทบ-รูปแบบลงทุน

รายงานข่าวจากสำนักงานโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) แจ้งความคืบหน้าโครงการศึกษาออกแบบระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาหรือโมโนเรลหาดใหญ่

ซึ่งเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องรูปแบบการลงทุนเพื่อเปิดกว้างให้นักลงทุนไทยและต่างประเทศเข้าลงทุนรวมทั้งพิจารณาข้อกฎหมายการลงทุนกรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา เสนอตัวเป็นเจ้าของโครงการ

นอกจากนี้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ยังให้ศึกษาข้อมูลวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เพิ่มเติมเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ครอบคลุมถึงประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะบริเวณสถานีตลาดกิมหยง ที่พ่อค้าแม่ค้าในละแวกยังมีข้อกังวลและต่อต้านโครงการกลัวถูกเวนคืน คาดว่าทั้ง 2 ส่วนจะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือนเพื่อนำเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป

สำหรับผลการศึกษาโครงการเบื้องต้นจากบ้านพรุ-ควนลัง ระยะทาง 18.3กม. มี 15 สถานี ได้แก่

1.สถานีบ้านพรุ

2.สถานีคลองหวะ

3.สถานีเซ็นทรัล

4.สถานีคลองเรียน

5.สถานีมอ.

6.สถานีคอหงส์

7.สถานีบิ๊กซี

8.สถานีหาดใหญ่วิทยาลัย

9.สถานีน้ำพุ

10.สถานีตลาดกิมหยง

11.สถานีชุมทางรถไฟหาดใหญ่

12.สถานีหาดใหญ่ใน

13.สถานีรถตู้

14.สถานีแยกสนามบิน

15.สถานีควนลัง

แต่จะเสนอก่อสร้างแค่ 12 สถานีก่อน ปรับลด 3 สถานีคือสถานีบ้านพรุ สถานีแยกสนามบินและสถานีควนลัง เริ่มจากแยกคลองหวะ-คิวรถตู้ตลาดเกษตรแทน

สำหรับแนวเส้นทางเริ่มจากสี่แยกคลองหวะถนนกาญจนวนิช ผ่านสถานีขนส่งสถานีคลองเรียน สถานี ม.อ. สถานีคอหงส์แล้วเข้าถนนเพชรเกษมที่แยกคอหงส์ ผ่านสถานีบิ๊กซีหัวรั้ว สถานีหน้าโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสถานีวงเวียนน้ำพุ สถานีตลาดกิมหยง สถานีชุมทางรถไฟหาดใหญ่ สถานีหาดใหญ่ในและสิ้นสุดโครงการที่สถานีรถตู้ตลาดเกษตรหาดใหญ่ใน เหลือ 12.54 กม. เป็นทางยกระดับสูง 8 เมตร

ตัวสถานีออกแบบอย่างทันสมัยผสมสัญลักษณ์ท้องถิ่น เป็นรูปโค้งเกลียวสื่อถึงเกลียวคลื่นทะเล เนื่องจากสงขลาเป็นจังหวัดที่ติดทะเล มูลค่าการลงทุน 15,799 ล้านบาท ความเร็ว 80 กม.ต่อชม. บรรจุผู้โดยสารประมาณ 464 คนต่อขบวน อัตราค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย

ที่มา : dailynews

Posted in ข่าวทั่วไป

สองนายอำเภอขึ้นเวทีฟาดปาก งานกาชาดอุตรดิตถ์

นายอำเภอนัดฟาดปาก ขึ้นเวทีงานกาชาดอุตรดิตถ์ มี ผวจ.เป็นกรรมการ

สองนายอำเภอที่อุตรดิตถ์ คู่รักคู่แค้นที่เคยฟาดปากกันมาหลายครั้งตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ สวมนวมขึ้นเวทีนัดล้างตาในงานพระยาพิชัยดาบหัก และงานกาชาด ปี 2560 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นกรรมการห้าม ผลเสมอกัน…

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 7 ม.ค. ในงานวันแรก “งานพระยาพิชัยดาบหัก และงานกาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ ปี 2560” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-16 มกราคม ที่สนามมวย มีมวยสากลคู่พิเศษ ระหว่าง นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล หรือ เจษฎา ลูกพระยาพิชัย นายอำเภอพิชัยอยู่มุมน้ำเงิน กับ นายสุทัศน์ วงษ์ทับทิม หรือ เปเล่ ศิษย์ภูดู่ อำเภอบ้านโคก อยู่มุมแดง

โดยมี นายพิพัฒน์ เอกภาพัน ผวจ.อุตรดิตถ์ เป็นกรรมการห้ามบนเวที มวยชกกัน 3 ยก ยกละ 2 นาที พัก 3 นาที โดยมีนายอำเภอทั้ง 7 อำเภอ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการมาเป็นกองเชียร์ ส่วนพี่เลี้ยงบนเวที มุมน้ำเงิน นายกอบต.ในเมือง พิชัย ส่วนมุมแดง นายอำเภอน้ำปาด เป็นพี่เลี้ยงบนเวที

ทั้งนี้ ดร.สุรชัย มณีประกร ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้เป็นโปรโมเตอร์ จัดให้มวยคู่นี้เป็นคู่พิเศษในนัดล้างตา เนื่องจากประวัตินายอำเภอทั้งสองคน สมัยเรียนเคยชกกันมาตลอด เป็นคู่รักคู่แค้นกันมาอย่างยาวนาน สร้างความสนุกสนานให้กับกองเชียร์เป็นอย่างมาก ผลการชกเมื่อครบ 3 ยก รวมคะแนนแล้ว ปรากฏว่าทั้งคู่เสมอกัน

Posted in ข่าวกีฬา

หนาวปากสั่น! “ดอยอินทนนท์-ภูชี้ฟ้า” ต่ำ 5 องศา

หนาวปากสั่น!! เช้านี้ดอยอินทนนท์ อุณหภูมิลดเหลือ 5 องศา ท้องฟ้าเปิดนักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ยามเช้าช่วงวันหยุดกันคึกคัก

ขณะที่ยอดดอยเชียงราย ชมทะเลหมอกที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน และหลังจากฝนหยุดตก “ดอกซากุระ” เริ่มบานช่อสวยรับผู้คนมาเยือนที่เวียงแก่น

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 7 ม.ค.60 นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เช้าวันนี้อากาศเปิดนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาลุ้นพระอาทิตย์ยามเช้า และได้พบแสงแรกของพระอาทิตย์หลังฝนตกมาหลายวันแล้ว ส่งผลให้อุณหภูมิลดต่ำลงรวดเดียว 3 องศาฯ จากที่เมื่อวันก่อนต่ำสุด 8 องศาฯ วันนี้ ทะเลหมอกที่สวยงามอย่างมากอุณหภูมิยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 5 องศาฯ ที่กิ่วแม่ปานวัดได้ 5.4 องศาฯ ส่วนที่ทำการอุทยานแห่งชาติ วัดได้ 10 องศาฯ นักท่องเที่ยวพากันบันทึกภาพตามจุดต่างๆ และเดินศึกษาธรรมชาติตามโครงการของอุทยานแห่งชาติฯ ที่กิ่วแม่ปานและอ่างกาชมดอกฤดูหนาว ดอกกุหลาบพันปี

รวมทั้งดอกไม้ฤดูหนาวนานาชนิดและดอกพญาเสือโคร่งที่เบ่งบานเต็มต้นในหลายจุด ช่วงวันหยุดทางเจ้าหน้าที่อุทยานแหงชาติดอยอินทนนท์ได้เตรียมพร้อมกำลังไว้คอยอำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่และยังได้แจกถุงดำเพื่อใส่ขยะให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

นายรุ่ง เปิดเผยอีกว่า นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นจำนวนมาก ถึงแม้สภาพอากาศอาจจะไม่เป็นใจสักเท่าไรในช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีฝนตก แต่ก็ส่งผลดีป่ามีความชุ่มชื้น จึงอยากจะประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม เช่นเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวได้ลืมกระเป๋าเงินไว้ในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติได้มาพบ และได้ติดต่อส่งคืนให้กับนักท่องเที่ยวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเกิดความประทับใจทั้งเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวที่ได้ร่วมกันสร้างความดี

ทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ได้รายงานมาว่า บริเวณความกดอากาศสูงจากกำลังปานกลางประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกกำลังเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปกับมีฝนฟ้าคะนองในช่วงนี้ตลอดระยะปลายสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาและดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นไว้ด้วย

ขณะที่ยอดดอย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่เข้ามาเที่ยว ตามจุดท่องเที่ยวชมทะเลหมอกยอดดอย และสวนดอกซากุระในพื้นที่ ดอยผาตั้ง ภูชี้เดือน ภูชี้ดาว รวมทั้งหน่วยจัดการต้นน้ำหงาว งาว บ้านร่มฟ้าทอง ต.ปอ ที่มีดอกซากุระไทย (ดอกนางพญาเสือโคร่ง) ที่กำลังออกดอกบานนะพื้นที่ในขณะนี้แล้ว

นางจารุณี ใจกุศลเจริญยิ่ง ผู้ประกอบการที่พักและร้านอาหาร เผยว่า อุณหภูมิเช้านี้ยอดดอยผาตั้งวัดได้ 10-12 องศา ท้องฟ้าเปิด ที่จุดชมวิว นักท่องเที่ยวหลายร้อยคนเฝ้ารอชมแสงพระอาทิตย์แรก บนทะเลหมอกเมื่อเวลา 06.15 น. เป็นภาพทะเหมอกสีทองสวยงาม หลังจากท้องฟ้าเปิดปิดมาหลายวันติดต่อเนื่องจากมีฝนตก ที่พักร้านอาหารในวันหยุดจะเต็มทุก

นายสินธุ์ โคช่วย ผช.หัวหน้าวนอุทยานภูชี้ฟ้า เผยว่า เช้าวันที่ 7 ม.ค. 60 มีนักท่องเที่ยวมารอชมทะเลหมอกตั้งแต่เช้ามืดกว่า 1,000 คน วันนี้บนภูชี้ฟ้าท้องฟ้าเปิด ส่วนใหญ่จะขึ้นมาทางวนอุทยานภูชี้ฟ้า บางคนก็ขึ้นจากทางหมู่บ้านผ่านจุดชมวิวภูฟ้าไทย สถานที่ชมทะเลหมอกแห่งใหม่สำหรับขาลุยที่ชื่นชอบการเดินป่าชมทะเลหมอก และนักท่องเที่ยวบางส่วนจะขึ้นทางฝั่งหน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.ปอ อ.เวียงแก่น ซึ่งตอนนี้ดอกพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทยกำลังบานสะพรั่งสวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชมความงาม

ด้านนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ นายอำเภอเทิง กล่าวว่า จะมีการปลูกต้นพญาเสือโคร่งบริเวณทางขึ้นตั้งแต่ทางแยกขึ้นที่ทำการวนอุทยานภูชี้ฟ้าไปจนถึงลานจอดรถนักท่องเที่ยว จะมีการทำที่นั่งพักให้นังท่องเที่ยวได้พักเหนื่อยตั้งแต่ลานจอดรถนักท่องเที่ยวไปจนถึงยอดภูชี้ฟ้า ในบริเวณทางเดินที่มีความชันและลื่น เราจะทำเป็นขั้นบันไดและจะมีการนำแผ่นปูนหรือหินมาปูเป็นทางเดินเพื่อป้องกันอันตรายจากการลื่นล้ม จะมีการจัดทำป้ายภูชี้ฟ้าเพื่อเป็นจุดที่ให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปขึ้นใหม่ทั้งที่บนยอดภู และบริเวณในหมู่บ้านร่มฟ้าไทย ซึ่งเป็นที่ตั้งของรีสอร์ต และจุดกางเต็นท์ที่มีนักท่องเที่ยวมาพักเยอะก็จะมีแผนทำป้าย หรือจุดนักท่องเที่ยวมาแวะถ่ายรูปกัน ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป.

ภาพจาก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

Posted in ข่าวทั่วไป

ราคาดี!ปลูกบร็อคโคลี่ป้อนตลาดช่วงหน้าหนาว

เกษตรกรบ้านโคกกลาง ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น หันมาปลูกบร็อคโคลี่ป้อนตลาดในช่วงหน้าหนาว ชี้ราคาสูงกว่าผักชนิดอื่น

นายสุรัตน์ ศิริวรรณา เจ้าของแปลงผักบอกว่า ปลูกบร็อคโคลี่ขายเฉพาะหน้าหนาวมาแล้ว 3 ปี จากปกติแปลงผักนี้จะปลูกผักสวนชนิดอื่นๆ ทั้งผักชี คะน้า แต่เนื่องจากบร็อคโคลี่จะได้ผลดีในช่วงหน้าหนาวเพราะชอบอากาศเย็น ถ้าปลูกช่วงอื่นผลผลิตจะไม่สวย ขณะเดียวกันเป็นพืชที่ขายได้ราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาด

ปีนี้ราคาขายตกกิโลกรัมละ 40 บาท แม้จะไม่สูงเท่ากับทุกปี แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ซึ่งตัดขายไปแล้วมากกว่า 500 กิโลกรัม ทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวในช่วงฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี

นายสุรัตน์ บอกว่า การปลูกผักขายต้องดูตลาดด้วย สนองความต้องการของตลาดมีการฉีกแนวเพื่อให้แตกต่าง ไม่ปลูกตามกระแสจนสินค้าล้นตลาด ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงนี้ส่วนใหญ่จะปลูกคะน้ามากกว่า แต่คนปลูกบร็อคโคลี่มีน้อยราย แต่ความต้องการในตลาดก็ไม่น้อยเช่นกัน

เมื่อมีคนปลูกน้อยจึงทำให้ราคาค่อนข้างดีกว่าผักชนิดอื่น แต่ก็ปลูกได้แค่หน้าหนาวไม่กี่เดือนเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เหลือแค่ชุดสุดท้ายที่จะรอตัดขาย จากนั้นก็จะหันไปปลูกผักชีและคะน้าตามเดิม ก่อนจะถึงฤดูทำนาปีในช่วงหน้าฝน

Posted in ข่าวทั่วไป

ผบ.ทบ.ลุยน้ำพื้นที่ อ.รามัน มอบถุงยังชีพพระราชทานแก่ผู้ประสบอุทกภัย

ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา มอบถุงยังชีพพระราชทานจำนวน 257 ถุง แก่ชาวบ้านที่ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งสำรวจบ้านเรือน-ให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหนัก ไม่สามารถออกจากบ้านไปไหนมาไหนได้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 ม.ค. 60 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และหน่วยกองกำลัง ทหาร ตำรวจ พลเรือนในพื้นที่ เดินทางลงพื้นที่ที่บ้านปะดาฮัน หมู่ 4 ต.ตะโละหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อมอบถุงยังชีพพระราชทานจำนวน 257 ชุด ให้การช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย โดยมี นายพงษ์พันธ์ ยมราช นายอำเภอรามัน พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผบ.กรมทหารพรานที่ 41 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ร่วมให้การต้อนรับ

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ได้นำถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 20 ชุด ไปมอบให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมารับสิ่งของด้วยตนเอง นอกจากนั้น พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ยังนำคณะเดินลุยน้ำเข้าไปในบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขัง จากนั้นได้มีการมอบถุงยังชีพพระราชทานให้กับชาวบ้านที่มารอรับที่บริเวณถนนภายในหมู่บ้าน จำนวน 237 ชุด ได้พบปะ กล่าวให้กำลังใจชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้

อุทกภัยฝนตกหนักในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2559 – 3 ม.ค. 2560 ทำให้น้ำล้นตลิ่งในแม่น้ำสายบุรีที่ไหลผ่าน 6 ตำบลใน อ.รามัน เอ่อท่วมบ้านเรือนชาวบ้านขยายเป็นวงกว้าง สำหรับในพื้นที่ หมู่ 4 ต.ตะโละหะลอ อ.รามัน มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน จำนวน 257 หลังคาเรือน มีจำนวนกว่า 1,000 คน ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว เนื่องจากฝนหยุดตก โดยหลังจากนี้ไปทางจังหวัดยะลา และทางอำเภอ และหน่วยทหารในพื้นที่ จะมีการเข้ามาสำรวจความเสียหายทั้งพื้นที่ทางการเกษตร บ้านเรือน รวมทั้งมาออกหน่วยบริการด้านสาธารณสุข มอบยารักษาโรค ให้ความรู้แนะนำเกี่ยวกับโรคที่มากับน้ำ.

ภาพจาก : ภาพทีมข่าวไทยรัฐทีวี

Posted in ข่าวทั่วไป

รถไฟชนกระบะตราโล่คว่ำตร.บาดเจ็บสาหัส3

รถตำรวจพิสูจน์หลักฐานปราจีนบุรี ข้ามทางรถไฟไม่มีเครื่องกั้นอัตโนมัติ ถูกชนคว่ำ บาดเจ็บสาหัส 3 นาย

10 ธ.ค. 59 เมื่อเวลา 15.30 น. ร.ต.ท.สมมาด เคนเหลา รอง สวป.สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หัวหน้าป้อมยามประจำตำบลบ้านนา ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสัจจพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (อ.กบินทร์บุรี) เกิดอุบัติเหตุรถไฟสินค้าเที่ยวล่องขบวนอรัญประเทศ – กรุงเทพมหานคร ขบวนที่ 276 เฉี่ยวชนรถกระบะตราโล่ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ-ขาว หมายเลขทะเบียน 67015 ของเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปราจีนบุรี บริเวณทางตัดกันระหว่างถนนในหมู่บ้านโคกเขา หมู่ 8 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กับเส้นทางเดินรถไฟสายภาคตะวันออกอรัญประเทศ – กรุงเทพมหานคร

ซึ่งไม่มีเครื่องกั้นอัตโนมัติ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย ประกอบด้วย พ.ต.ท.หญิง โรจนาพร เคนบุปผา อายุ 37 ปี ร.ต.ท.สมภพ ตุ้มเสือ อายุ 56 ปี และ ส.ต.ท.ชาตรี อ่อนเกตุ อายุ 20 ปี หน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ.กบินทร์บุรี

จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ประสานรถยกรุดไปที่เกิดเหตุแยกจากถนนสายสุวรรณศร หรือสาย 33 (กบินทร์บุรี – สระแก้ว) เลียบไปตามคลองพระปรงเข้าไปเกือบ 2 กม. พบรถกระบะตราโล่ของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ด้านฝั่งซ้ายตัวรถถูกชนยุบเข้าหาตัวรถ รถยกกำลังเคลียร์เพื่อเปิดเส้นทาง

ร.ต.ท.สมมาด กล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ รถตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้มาตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนที่บ้านโคกเขา หมู่ 8 ต.บ้านนา อ.กบินทร์บุรี ช่วงขากลับ เจ้าหน้าที่ตำรวจคนขับซึ่งไม่ชำนาญทาง และไม่รู้เวลาเดินรถไฟ ได้ขับผ่านถนนช่วงตัดผ่านทางรถไฟที่ไม่มีไม้กั้น เป็นเวลาที่รถไฟวิ่งมาพอดีจึงพุ่งเข้าชนรถตราโล่จนมีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย ดังกล่าว

ทั้งนี้ นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นอภ.กบินทร์บุรี พร้อม พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ชัยรักษา ผกก.สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางเข้าเยี่ยมตำรวจทั้ง 3 นาย ที่ รพ.กบินทร์บุรี และติดต่อ รพ.ตำรวจ เพื่อส่งรักษาอาการอย่างเร่งด่วนต่อไป

ที่มา : komchadluek

Posted in ข่าวทั่วไป

‘ญาญ่า’ ลงแช่น้ำกลางทะเลสาบน้ำร้อนใน ‘ไอซ์แลนด์’

“ญาญ่า” อุรัสยา โชว์เซ็กซี่เบาๆ ลงแช่น้ำกลางทะเลสาบน้ำร้อนในไอซ์แลนด์ หลังกลับไปบ้านที่ประเทศนอร์เวย์เพื่อพักผ่อนประจำปี

เป็นการพักผ่อนประจำปี ที่ต้องเดินทางกลับบ้านที่ประเทศนอร์เวย์ สำหรับนางเอกสาวสุดสวย “ญาญ่า” อุรัสยา เสปอร์บันด์ ที่ล่าสุดกำลังลั้นลามีความสุขกับครอบครัว

โดยญาญ่าได้เผยภาพที่เธอกำลังลงแช่น้ำ ที่บลูลากูน ทะเลสาบน้ำร้อนสุดฮิตในประเทศไอซ์แลนด์ พร้อมกับมีพี่สาว แคทลียา เสปอร์บันด์ กำลังยิ้มหัวเราะ ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว โดยเขียนบรรยายใต้ภาพดังกล่าวด้วยว่า

“ดีมากค่ะ เค็มๆ ร้อนๆ ลมหนาวๆ #bluelagoon”

งานนี้ทำเอาแฟนคลับถึงกับเข้ามาคอมเม้นท์ในไอจีของญาญ่ากันล้นหลาม โดยต่างเขียนว่า สวย เซ็กซี่ น่ารัก พร้อมทั้งยังบอกด้วยว่าเป็นสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวมาก

ว้าว….ญาญ่าเซ็กซี่ขนาดนี้หนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ ว่าไง!

ที่มา : Komchadluek

Posted in ข่าวทั่วไป