“ช้างศึก” จัดเต็มยิงอินโดล่าแชมป์อาเซียน

“ช้างศึก” ต้องชนะ อินโดนีเซีย สถานเดียว เพื่อคว้าแชมป์อาเซียนคัพ 2016 สมัยที่ 5 โดย “ซิโก้” เตรียมส่งชุดใหญ่ลงสนาม

ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศ นัด 2 คืนวันนี้ (วันเสาร์ที่ 17 ธ.ค.) “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบ “อิเหนา” อินโดนีเซีย เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 และฟ็อกซ์ สปอร์ต

สถานการณ์ของ ไทย ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากเกมแรก ไทย บุกแพ้ 1-2 ทำให้เกมนี้จำเป็นต้องชนะให้ได้สถานเดียวเท่านั้นเพื่อคว้าแชมป์ ซึ่งกฎการนับสกอร์รวมกรณีที่สกอร์เท่ากันจะดูกฎประตูทีมเยือน ดังนั้นหาก ไทย ชนะ 1-0 สกอร์รวม 2-2 ไทย จะคว้าแชมป์เพราะยิงประตูนอกบ้านได้ 1 ลูก แต่หาก ไทย ชนะ 2-1 จะต่อเวลาพิเศษ 30 นาที

ความพร้อมของ ทีมชาติไทย จะได้ “ตั้ม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กองหลังตัวหลัก หายเจ็บกลับมา ส่วนคนอื่นๆ พร้อมลงเล่นทั้งหมด ดังนั้นเกมนี้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย สามารถจัดชุดใหญ่ลงสนามได้ ส่วนระบบการเล่นคาดว่าจะกลับมาใช้ 3-4-1-2 อีกครั้ง โดยกองหน้า “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง จะจับคู่กับ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา

11 คนแรกของ ไทย ที่คาดว่าจะลงสนาม ในระบบ 3-4-1-2- ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, กองหลัง อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ประทุม ชูทอง, วิงแบ็กขวา ทริสตอง โด, วิงแบ็กซ้าย ธีราทร บุญมาทัน, กองกลาง สารัช อยู่เย็น, ปกเกล้า อนันต์, “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ และคู่กองหน้า สิโรจน์ ฉัตรทอง กับ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กัปตันทีมและดาวซัลโวของรายการ 6 ประตู

ด้าน อินโดนีเซีย ภายใต้การคุมทีมของ อัลเฟรด รีเดิล ชาวออสเตรีย ต้องเช็คอาการบาดเจ็บของ อันดิค เวอร์มานยา กองกลางตัวเก่งแค่คนเดียว นอกนั้นพร้อมลงสนามทั้งหมด นำโดยคู่กองหน้า โบอาส โซลอสซา กัปตันทีม กับสเตฟาน ลิลิปาลี ลูกครึ่งอินโดนีเซีย – เนเธอร์แลนด์

ส่วนสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกัน ปรากฎว่าเจอกัน 76 ครั้ง ไทย ชนะ 36 เสมอ 14 แพ้ 26 ยิงได้ 134 เสีย 86 ประตู ส่วนการเจอกันในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ทั้งคู่เจอกันมาแล้ว 10 ครั้ง ไทยชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 2 (นับเฉพาะ 90 นาที) ยิงได้ 22 เสีย 12 ประตู

สำหรับ ไทย หากแชมป์ในครั้งนี้จะเป็นสมัยที่ 5 มากที่สุดในอาเซียนแต่เพียงชาติเดียว โดยสถิติที่ผ่านมา ไทย เข้าชิงชนะเลิศ 7 ครั้ง ได้แชมป์ 4 ครั้ง คือปี 1996, 2000, 2002 และ 2014 ส่วน อินโดนีเซีย เข้าชิง 4 ครั้ง แพ้รวด ได้เพียงรองแชมป์ คือปี 2000, 2002, 2004 และ 2010

Posted in ข่าวกีฬา